แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 9
1
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอายุ
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มีไข่ มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นควรเก็บในสภาวะแห้งและเย็น

วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี

1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที

*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*

ข้อแนะนำในการใช้

- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี
ขนาดบรรจุ 300 กรัม
เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
 พิกัด : https://shopee.co.th/dseelin_official


2
คอร์สหมูฉ่ำนัว หมูคั่วสูตรลับ "จับเงินแสน" 💰
เปลี่ยนครัวที่บ้านให้ทำเงินได้ง่าย! ด้วยสูตรลับ 10 ปี ที่หากินไม่ได้ตามท้องตลาด!
คุณเบื่อไหม? กับการทำอาหารยุ่งยาก เสียเวลา แต่ขายไม่ดี ไม่มีกำไร❌
มาเปลี่ยนวิธีคิดและการลงมือทำที่ง่ายๆเริ่มได้เลย!  ด้วยสูตรหมูคั่วที่ “ครูแมกซ์” คิดค้นและทำเงินมานานกว่า 10 ปี!

🔥 ทำไมคอร์สนี้ถึงต่างจากที่อื่น?
✅ เครื่องปรุงน้อย ต้นทุนต่ำ กำไรสูง
✅ ไม่ต้องหมักข้ามคืน ประหยัดเวลา
✅ คลุกปุ๊บ! ทอดปั๊บ! ขายได้ทันที
✅ รสชาติเด็ด ยิ่งกินยิ่งนัว หากินยากตามท้องตลาด

💎 เทคนิคพิเศษที่คุณจะได้เรียนรู้:
👨‍🍳 วิธีเลือกเนื้อหมูคุณภาพ และหั่นให้นุ่ม ไม่เหนียว ไม่เคี้ยวยาก ไม่แห้งคอ
🍖 เทคนิคการคั่วหมูให้ได้สีคาราเมล ฉ่ำเยิ้ม น่ากิน ในเวลาเพียงนิดเดียว!
📦 กลเม็ดเลือก packaging ที่ช่วยอัพราคาขายได้ทันที!! แบบไม่เหนื่อยทำเพิ่ม

👑 เหมาะสำหรับคนที่:
มีเวลาน้อย แต่อยากมีรายได้เสริม
ไม่ชอบความยุ่งยาก อยากทำง่าย ขายคล่อง
ไม่เก่งทำอาหาร แต่อยากสร้างรายได้จากครัวที่บ้าน
🔴 โอกาสการสร้างรายได้จากอาหารง่ายๆมาถึงแล้ว!
#แม้ทำอาหารไม่เป็นก็ทำขายได้
สมัครวันนี้ รับราคาพิเศษที่สุดทันที!!
จากปกติ 1,999 บาท เหลือเพียง 499 บาท เท่านั้น!

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


3
ข้อสังเกต "อาการท้องอืด" จากให้ อาหารสายยาง !

อาหารปั่นผสม อาหารทางสายยาง เป็นอาหารทางการแพทย์ อาหารสุขภาพ สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ หรือต้องให้อาหารทางสายยางนั่นเอง การให้อาหารทางสายยาง ถือเป็นวิธีการรักษาอย่างหนึ่ง เป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเกิดภาวะขาดสารอาหาร และช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายของร่างกายผู้ป่วยให้เป็นปกติอีกด้วย ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากในกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ การให้อาหารทางสายยางผู้ที่ดูแลและให้อาหาร ควรจะมีความรู้พื้นฐานในเรื่องของการให้อาหารแก่ผู้ป่วย ต้องคอยสังเกตพฤติกรรมและอาการของผู้ป่วย หลังจากที่ได้รับอาหารเข้าไป ว่ามีอาการผิดปกติอย่างไรบ้าง หรือมีภาวะแทรกซ้อนอย่างไร

ภาวะแทรกซ้อนหรืออาการผิดปกติที่มักจะพบได้บ่อยในกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ และต้องให้อาหารทางสายยาง คือระบบย่อยอาหารและระบบขับภ่าย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่ผู้ดูแลจะต้องสังเกตและระมัดระวัง หากผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็น ท้องอืด หรือแน่นท้อง หลังจากที่ได้รับอาหารควรจะพิจารณาปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น สายยางให้อาหารว่าตันหรือไม่

อาหารปั่นผสมและน้ำที่ให้ทางสายยางสามารถผ่านได้ดีหรือไม่ หรือแตกต่างกันหรือไม่ สังเกตปริมาณอาหารว่าเหมาะสมกับผู้ป่วยหรือไม่ การเคลื่อนไหวของผู้ป่วยก็มีความสำคัญในเรื่องของการย่อยอาหาร เพราะอาการดังกล่าว เป็นต้นเหตุทำให้ผู้ป่วยมีอาการท้องอืด แน่นท้องได้ หรือถ้าอาหารมากไป บางทีก็จะให้ไม่ได้ อาจจะทำให้ผู้ป่วยอาจมีอาเจียนได้ เบื้องต้นสามารถช่วยได้คือ ให้ขยับตัวบ่อยๆ ลุกนั่งบ่อยๆ ก็จะช่วยได้

สำหรับวิธีแก้ไขในเบื้องต้น ผู้ดูแลจะต้องทำการสังเกตอาการก่อน และทำการแก้ไขเบื้องต้นอาจจะมีการสวนช่วย หรืออาจจะให้ยาช่วยถ่ายไปก่อน และหากไม่สามารถฟีดอาหารหรือน้ำลงไปได้ ผู้ป่วยมีอาการปวดท้อง บริเวณสายยางมีอาการบวมแดง หรือท้องตึง รวมไปถึงมีอาการคลื่นไส้อาเจียน มีไข้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะอาการดังกล่าวอาจจะเกิดจากสาเหตุ การติดเชื้อในกระแสเลือด หรือมีการตีบตันของสายยางให้อาหาร ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ป่วยได้รับอันตราย และเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆได้อีก ดังนั้นผู้ดูแลจะต้องมีความรู้พื้นฐาน รู้จักสังเกตอาการผิดปกติ เมื่อเกิดปัญหาจะได้แก้ไขได้ทันเวลา

4
จัดฟันบางนา: อาการของผู้ที่ ไม่สามารถ จัดฟันแบบใส ได้ !

การจัดฟันแบบใส ถือเป็นการจัดฟันที่เป็นที่นิยมมาก เพราะการจัดฟันแบบใสมีจุดเด่นมากกว่าการจัดฟันในรูปแบบอื่นๆ การจัดฟันแบบใสมีข้อจำกัดในการรักษาหลายอย่าง ถึงแม้จะเป้นการจัดฟันที่เป็นที่นิยม และมีการนำนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาใช้ แต่ในเรื่องของข้อจำกัดก็มี และไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้ารับการจัดฟันแบบใสได้ ข้อจกกัดในการรักษาถือเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะต้องระวังมากเป็นพิเศษ

ผู้ที่จะเข้ารับการรักษาจะต้องบอกข้อมูลอย่างละเอียดแก่ทันตแพทย์ผู้ทำการรักษา เพื่อที่จะช่วยให้ผลการรักษาประสบความสำเร็จ ทันตแพทย์จะทำการวางแผนการรักษา ซึ่งแผนการรักษาในแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน เพราะมีสภาพฟันและปัญหาที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นก่อนเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ทันตแพทย์จะทำการตรวจช่องปากอย่างละเอียด โดยจะดูปัจจัยหลักๆจองการฝังรากฟันเทียม เช่น ดูบริเวณฟันโดยรอบ กระดูกขากรรไกรที่ใช้รองรับรากฟันเทียม รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับช่องปากที่ทันตแพทย์ต้องทำการตรวจ เพราะบางโรคทันตแพทย์อาจจะไม่แนะนำให้จัดฟันแบบใส เพราะจะทำให้เกิดอันตราย หรือบางครั้งในการจัดฟันแบบใสอาจจะไม่มีผลดีต่อช่องปากของผู้เข้ารับการรักษา

หากผู้ที่จะเข้ารับการรักษาเป็นโรคเหงือกอักเสบ จะต้องทำการปรึกษาทันตแพทย์ผู้เข้ารับการนรักษาก่อนเข้ารับการจัดฟัน ซึ่งบางกรณีวัสดุที่เป็นในส่วนของเครื่องมือจัดฟัน อาจจะส่งผลต่อผู้เข้ารับการรักษาได้ด้วย ซึ่งวัสดุที่เป็นเครื่องมือการจัดฟัน ผู้ป่วยอาจจะเกิดอาการแพ้ เพราะฉะนั้นถ้าหากมีความผิดปกติ ผู้เข้ารับการรักษาควรเข้าปรึกษาทันตแพทย์ผู้ทำการรักษาทันที และต้องหยุดใช้เครื่องมือ อาการผิดปกติอาจจะสังเกตได้คือ ผู้เข้ารับการรักษาอาจจะมีอาการบวมแดง หรืออาการอักเสบ หลังจากใช้เครื่องมือการจัดฟัน

หากไม่หยุดใช้อาจจะเกิดผลเสียต่อการรักษาและช่องปากได้ เพราะฉะนั้น หลังจากการเข้ารับการจัดฟัน ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องคอยสังเกตอาการผิดปกติ และหากมีปัญหาควรรีบปรึกษาทันตแพทย์โดยด่วน การรักษาทางการจัดฟันแบบใส เป็นการจัดฟันที่ไร้ลวดเหล็ก ซึ่งประกอบด้วยชุดเครื่องมือจัดฟันแบบใส แบบถอดได้ ที่จะต้องเปลี่ยนทุก 2 สัปดาห์ ตามลำดับของชิ้นเครื่องมือ โดยเครื่องมือจะออกแบบและผลิตขึ้นมาเฉพาะบุคคล เพราะสภาพฟันของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน เป็นเครื่องมือที่ใส่สบาย ไม่ระคายเคืองปาก และยังสามารถรับประทานอาหาร ทำความสะอาดฟันได้ตามปกติ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหลุดของเครื่องมือ

นอกจากนี้การปฏิบัติตัวขณะการจัดฟันแบบใส ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องมีวินัยในการใส่เครื่องมือการจัดฟัน เพราะด้วยเครื่อวมือที่สามารถถอดออกได้ขณะรับประทานอาหาร และขณะแปรงฟัน อาจจะทำให้ผู้เข้ารับการรักษาเผลอลืมใส่เครื่องมือ หากลืมบ่อยๆก็จะส่งผลต่อการรักษาทันที

ในการรับประทานอาหาร ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องถอดเครื่องมือทุกครั้ง เพราะการใส่เครื่องมือจัดฟันและรับประทานอาหารไปด้วย จะส่งผลให้เครื่องมือเกิดความเสียหายได้ รวมไปถึงการดื่มเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นร้อนหรือเย็นก็ควรถอดเครื่องมือ ยิ่งถ้าเป็นเครื่องดื่มที่ร้อน แม้ว่าจะเป็นน้ำร้อนก็ควรจะถอดเครื่องมือ เพราะความร้อนของเครื่องดื่ม อาจจะส่งผลให้เครื่องมือบิดเบี้ยวได้ เพราะฉะนั้นนอกจากการดูแลสุขภาพช่องปาก

การดูแลรักษาเครื่องมือก็ถือว่าสำคัญมากเช่นกัน หากคุณสนใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส ทางคลีนิคเรามีทีมทันตแพทย์คอยให้คำปรึกษา โดยทีมทันตแพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ ในการจัดฟันทุกรูปแบบ นอกจากนี้ทางคลีนิคของเรายังมีการบริการทางทันตกรรมที่ครบวงจร มีความเป็นมืออาชีพ ซึ่งทำให้ผู้เข้ารับการรักษามั่นใจว่า คุณจะมีสุขภาพช่องปากและฟันและฟันที่ดีขึ้นมากอย่างแน่นอน

5
ซ่อมบำรุงอาคาร: สิ่งที่ควรระวังในการซ่อมหลังคาคอนกรีต

โครงสร้างของหลังคา ถือเป็นโครงสร้างส่วนที่สำคัญของบ้านอย่างมาก ซึ่งหลังคามีหน้าที่กันแดด กันฝนให้กับบ้านของเราและผู้อยู่อาศัย โดยโครงสร้างหลังคาจะต้องมีความแข็งแรงทนทานและรับแรงลมได้ดี ปัญหาหลักๆ ที่มักพบบ่อยสำหรับโครงสร้างหลังคา มักจะเป็นเรื่องของการเกาะยึดของตัวหลังคากับโครงหลังคา เมื่อมีลมพายุพัดมาแรงๆ หลังคาจะเกิดความไม่มั่นคง และมีโอกาสหลุดได้

นอกจากนี้ ปัญหาที่มักพบบ่อยเป็นเรื่องของการรั่วซึม แตกร้าว สาเหตุมักเกิดมาจากวัสดุมุงหลังคา ซึ่งในปัจจุบัน หลายบ้านเลือกใช้กระเบื้องหลังคาคอนกรีต ถือว่าเป็นทางเลือกยอดฮิตในการสร้างบ้านที่มีความทันสมัย สำหรับผู้ที่ต้องการหลังคาบ้านที่ความแข็งแรง พร้อมกับดีไซน์ที่โดดเด่น สวยงาม ทำให้บ้านดูมีความมั่นคงและภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์

เนื่องจากกระเบื้องหลังคาคอนกรีตเปี่ยมไปด้วยคุณสมบัติด้านการใช้งานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่ง กระเบื้องหลังคาคอนกรีตทนทานต่อสภาพอากาศต่างๆ ลมพายุ แสงแดด ความร้อนและฝนตกที่สามารถรับมือได้เป็นอย่างดี อีกทั้งกระเบื้องหลังคาคอนกรีตยังมีราคาที่ไม่แพง มีขนาดที่พอดี แต่ถ้าหากหลังคาคอนกรีตของเรา เกิดการรั่วซึม เราาจะต้องรับมืออย่างไร วันนี้เราจะมาพูดถึงสิ่งที่เราจะต้องระมัดระวังในการซ่อมหลังคาคอนกรีต เพราะการซ่อมแซมได้ทันเวลาและการบำรุงรักษาตามปกติจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าไม่มีความเสียหายโครงสร้าง

 ปัญหาหลังคารั่วซึม อาจเกิดขึ้นได้กับทุกบ้าน มีหลายสาเหตุ และอาจลุกลามใหญ่โตได้หากไม่รีบแก้ไข ส่วนใหญ่กระเบื้องหลังคาคอนกรีตแบน มักจะมีปัญหาก็คือการรั่วไหลของน้ำ เมื่อมีการรั่วไหลของกระเบื้องหลังคาคอนกรีตราบเรียบ การแก้ไขอย่างรวดเร็วมักใช้วัสดุซีเมนต์หรือซีเมนต์กันน้ำบางชนิดที่บริเวณที่มีการรั่วไหล

เกือบทุกครั้งรอยแตกจะเต็มไปด้วยวัสดุกาวที่คล้ายกันเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือ การกันน้ำทั้งกระเบื้องหลังคา โดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งที่รั่วไหลอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้น เราจะต้องทำการตรวจสอบและซ่อมแซมพื้นที่ที่อยู่เหนือรั่วไหล เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด หากมีการรั่วไหลอย่าจำกัด การตรวจสอบไปยังพื้นที่ที่อยู่เหนือรั่วไหล ต้องตรวจสอบด้านข้างมุมท่อระบายน้ำและที่อื่น ๆ ที่อาจมีความเสี่ยงบางครั้งรอยรั่ว อาจไม่สามารถมองเห็นได้บนพื้นผิว เพราะคอนกรีตซึมผ่านได้ ดังนั้น การระบายน้ำหรือการเก็บรวบรวมน้ำ ณ จุดใดจุดหนึ่งอาจทำให้เกิดการรั่วซึมที่จุดอื่นได้อีก

 นอกจากนี้ต้องระวังในเรื่องของการรั่วไหลของกระเบื้องคอนกรีต มักจะได้รับการแก้ไขโดยการเปลี่ยนหรือวางตำแหน่งกระเบื้อง ในขณะที่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนกระเบื้องที่แตกและเปลี่ยนตำแหน่งกระเบื้อง หากไม่ได้รับการปรับให้พอดีกับบางครั้งปัญหาที่เกิดขึ้นจริงอยู่ใต้พื้นผิว เมื่อการรั่วไหลเกิดขึ้นในกระเบื้องหลังคากระเบื้องคอนกรีต การซ่อมแซมอาจมีส่วนทำให้เกิดการฉีกขาดอีกครั้ง

ซึ่งอาจจะต้องเอากระเบื้องทั้งหมดออกและวางตำแหน่งใหม่ อย่างไรก็ตาม กระเบื้องหลังคาคอนกรีต ไม่ว่าจะติดตั้งได้อย่างถูกต้องหรือไม่ ก็สามารถเกิดปัญหาขึ้นได้ในระยะยาว เราจึงควรพิจารณาถึงความสำคัญของกระเบื้องหลังคา ความเหมาะสมในการใช้งาน เพื่อให้เกิดปัญหาได้น้อยที่สุด ดังนั้น หากมีปัญหาเกี่ยวกับการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษาอาคารบ้านเรือน หรือสถานที่ต่างๆ และไม่สามารถแก้ไขในเบื้องต้นได้ ต้องทำการติดต่อช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาแก้ไขโดยด่วน เพราะถ้าหากปล่อยไว้ อาจจะทำให้ปัญหาลุกลามมากขึ้น และอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

ทางเรา ให้บริการบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวก และระบบเครื่องจักรประกอบอาคารทั้งในอาคารโรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้าและที่พักอาศัย โดยให้บริหาร จัดการแบบครบวงจร โดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญและช่างเทคนิคเฉพาะทาง ที่มีประสบการณ์การงาน บำรุงรักษาระดับมืออาชีพ สามารถออกแบบวางแผนการบำรุงรักษาอาคาร  เพื่อให้ลูกค้ามีความสะดวกสบาย และความปลอดภัย รวมไปถึงช่วยให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี ภายในอาคารบ้านเรือนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ช่วยป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

6
เด็กที่ผ่านการจัดฟันเด็ก EF Line มาแล้ว เมื่อโตขึ้นสามารถเข้ารับการจัดฟันได้อีกหรือไม่

สุขภาพช่องปากและฟันของเด็ก เป็นเรื่องที่สำคัญมาก การที่เด็กมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีตั้งแต่ยังเป็นฟันน้ำนม ก็ถือว่าเป็นต้นทุนของเราในการที่จะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพฟันที่แข็งแรง ซึ่งในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็ควรที่จะได้รับการดูแลรักษาความสะอาดที่ดีเหมือนกัน ยิ่งในเด็กด้วยแล้ว ยิ่งต้องเอาใจใส่ให้มากเป็นพิเศษ เพราะฟันของเด็ก ที่ยังเป็นฟันน้ำนม ส่งผลต่อการขึ้นของฟันแท้ ซึ่งนั่นหมายความว่า การที่พ่อแม่ผู้ปกครอง คอยเอาใจใส่ในเรื่องขอวงสุขภาพฟันของเด็กตั้งแต่เล็กๆ ก็จะทำให้เด็กสามารถเติบโตไปเป็นคนที่มีฟันที่เรียงตัวกันอย่างสวยงามได้

สำหรับการรักษาฟันของเด็กที่มีความผิดปกติ ตั้งแต่อายุยังน้อย ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ถึงแม้ว่าพ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่คิดว่า การจัดฟันในเด็กนั้น ยังไม่มีความจำเป็น แต่เราอยากให้เข้าใจก่อนว่า การที่เด็กมีปัญหาฟันตั้งแต่ยังเป็นฟันน้ำนม จะส่งผลทำให้เด็กมีสุขภาพฟันที่ไม่ดีในอนาคตได้ พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะหมั่นสังเกตสัญญาณความผิดปกติของรูปร่างฟันและลักษณะการขึ้นของฟันของลูกน้อย และถ้ามีสัญญาณความผิดปกติ ก็ควรพาเด็กเข้าไปพบทันตแพทย์จัดฟัน เพื่อทำการแก้ไข เพราะในปัจจุบันวงการทันตกรรมได้มีความก้าวหน้าไปมาก

ทำให้เด็กสามารเข้ารับการจัดฟันได้ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ซึ่งเรียกว่า การจัดฟัน EF Line ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาฟันที่เกิดจากพฤติกรรมของเด็ก เช่น การดูดนิ้ว การดูดขวดนม ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลต่อการทำงานของฟันของลูกน้อย ได้ ดังนั้น การที่เด็กได้เข้ารับการจัดฟัน EF Line ก็จะช่วยแก้ไขในเรื่องของการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อ ช่วยปรับตำแหน่งลิ้น และยังสามารถช่วยจัดการฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมได้ สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของเด็กที่เคยผ่านการจัดฟันแบบ EF Line มาแล้ว ในอนาคตสามารถเข้ารับการจัดฟันได้อีกหรือไม่

ซึ่งแน่นอนว่า การจัดฟัน EF Line จะสามารถปรับโครงสร้างของใบหน้า ช่วยปรับตำแหน่งของลิ้น และช่วยทำให้เด็กมีฟันที่เรียงตัวกันอย่างสวยงามอยู่แล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนอายุมากขึ้น ถ้าหากเด็กมีปัญหาฟันผุหรือโรคเหงือกอักเสบหรือมีอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสียฟัน แน่นอนว่า ปัญหาฟันก็จะต้องเกิดขึ้นได้ ถึงแม้ว่าเด็กจะเคยผ่านการจัดฟันแบบ EF Line มาแล้ว และในอนาคตเกิดมีปัญหาในเรื่องของฟัน ก็สามารถเข้ารับการรักษาด้วยการจัดฟันได้

ซึ่งในปัจจุบันการจัดฟันก็มีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ สำหรับผู้ที่เคยผ่านการจัดฟันแบบ EF Line มาแล้ว เมื่อโตขึ้นก็สามารถเข้ารับการจัดฟันแบบใสได้ เพราะจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาฟันที่ไม่รุนแรงมากนัก ด้วยเครื่องมือการจัดฟันที่จะเป็นตัวช่วยทำให้ฟันเคลื่อนไปยังตำแหน่งที่ถูกต้องได้ หรือจะเข้ารับการจัดฟันในรูปแบบอื่นก็ได้ แต่ก่อนเข้ารับการรักษา ผู้เข้ารับการจัดฟัน จะต้องปรึกษาทันตแพทย์เพื่อทำการตรวจช่องปากในเบื้องต้นเสียก่อน เพื่อให้ทันตแพทย์ได้พิจารณาว่า ปัญหาฟันของคุณเหมาะสมที่เข้ารับการจัดฟันในรูปแบบใด เพื่อให้มีผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

สำหรับใครที่สนใจพาบุตรหลานของท่าน เข้ารับการรักษาด้วยการจัดฟัน EF Line ก็สามารถติดต่อทางคลินิกได้ เพราะเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านทันตกรรมของเด็ก และยังสามารถช่วยแนะนำวิธีการดูแลรักษาความสะอาดช่องปากและฟันได้อย่างถูกต้อง หรือใครที่สนใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส ก็สามารถปรึกษาทันตแพทย์ที่คลินิกได้เช่นเดียวกัน เพราะทางคลินิกของเราได้ผ่านการรับรองขั้นสูงสุดจาก Invisalign ให้สามารถให้บริการจัดฟันแบบใสได้ตามมาตรฐานสากล และยังมีความปลอดภัยด้วย เราอยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟัน เพื่อที่จะได้มีฟันที่สวยงาม ลดปัญหาการเกิดฟันผุ และยังช่วยส่งเสริมทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

7
การสร้างอาชีพและการหารายได้ ผ่านช่องทางอนนไลน์ ให้มั่นคง

การสร้างอาชีพและหารายได้ผ่านช่องทางออนไลน์ให้มั่นคงนั้น จำเป็นต้องมีการวางแผนและการจัดการอย่างรอบคอบ เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างยั่งยืน ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับและแนวทางที่จะช่วยให้คุณสร้างอาชีพออนไลน์ได้อย่างมั่นคง:

1. เลือกช่องทางและประเภทธุรกิจที่เหมาะสม:

สำรวจความถนัดและความสนใจ:
เลือกทำในสิ่งที่คุณถนัดและมีความเชี่ยวชาญ จะช่วยให้คุณมีความสุขและมีแรงจูงใจในการทำงาน
มองหาโอกาสในการสร้างธุรกิจจากงานอดิเรกของคุณ

ศึกษาตลาดและความต้องการ:
สำรวจความต้องการของตลาดออนไลน์ เพื่อหาช่องว่างและโอกาสในการสร้างธุรกิจ
วิเคราะห์คู่แข่งและหาจุดแข็งของธุรกิจของคุณ

เลือกช่องทางออนไลน์ที่เหมาะสม:
พิจารณาแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เหมาะสมกับประเภทธุรกิจของคุณ เช่น เว็บไซต์, โซเชียลมีเดีย, หรือตลาดออนไลน์
เลือกแพลตฟอร์มที่มีกลุ่มเป้าหมายของคุณอยู่

2. สร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง:

สร้างชื่อ โลโก้ และเอกลักษณ์ของแบรนด์:
สร้างแบรนด์ที่น่าจดจำและสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า

สร้างเรื่องราวของแบรนด์:
สร้างเรื่องราวที่น่าสนใจและเชื่อมโยงกับลูกค้า

สร้างความน่าเชื่อถือ:
ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส
สร้างรีวิวและคะแนนที่ดีจากลูกค้า

3. สร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ:

สร้างเนื้อหาที่น่าสนใจและมีประโยชน์:
สร้างเนื้อหาที่ดึงดูดและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมายของคุณ

ใช้สื่อที่หลากหลาย:
ใช้รูปภาพ วิดีโอ และข้อความ เพื่อสร้างความน่าสนใจ

สร้างความสม่ำเสมอ:
โพสต์เนื้อหาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างการรับรู้และรักษาฐานลูกค้า

4. สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า:

บริการลูกค้าที่ดี:
ตอบคำถามและข้อสงสัยของลูกค้าอย่างรวดเร็วและเป็นประโยชน์
สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าด้วยการบริการที่เป็นกันเอง

รับฟังความคิดเห็น:
รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากลูกค้า เพื่อปรับปรุงสินค้าหรือบริการของคุณ
แก้ไขปัญหาของลูกค้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สร้างชุมชน:
สร้างกลุ่มหรือชุมชนออนไลน์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า

5. พัฒนาและเรียนรู้:

ติดตามเทรนด์:
ติดตามเทรนด์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ในตลาดออนไลน์
ปรับปรุงธุรกิจของคุณให้ทันสมัยอยู่เสมอ

พัฒนาทักษะ:
พัฒนาทักษะและความรู้ของคุณอย่างต่อเนื่อง
เข้าร่วมอบรมหรือสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ

เรียนรู้จากผู้อื่น:
เรียนรู้จากผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์
สร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการคนอื่นๆ

6. วางแผนการเงินอย่างรอบคอบ:

จัดการรายรับรายจ่ายอย่างเป็นระบบ:
ทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างละเอียด
วางแผนการใช้จ่ายให้เหมาะสม

ลงทุนอย่างชาญฉลาด:
ลงทุนในธุรกิจของคุณอย่างต่อเนื่อง
มองหาโอกาสในการขยายธุรกิจ

7. สร้างความยั่งยืน:

สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับซัพพลายเออร์:
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับซัพพลายเออร์ เพื่อให้ได้รับวัตถุดิบที่มีคุณภาพและราคาที่เหมาะสม

ใส่ใจสิ่งแวดล้อม:
เลือกใช้วัสดุและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ลดการใช้พลังงานและทรัพยากร

สร้างผลตอบแทนให้กับสังคม:
ทำกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์

ตัวอย่างอาชีพออนไลน์ที่มั่นคง:

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ:
ขายสินค้าที่มีความต้องการสูงและมีคู่แข่งน้อย
สร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและมีฐานลูกค้าประจำ

ธุรกิจบริการออนไลน์:
ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญและมีคุณภาพสูง
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและได้รับรีวิวที่ดี

ธุรกิจสร้างเนื้อหาออนไลน์:
สร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าและมีผู้ติดตามจำนวนมาก
สร้างรายได้จากโฆษณา การสปอนเซอร์ และการขายสินค้าหรือบริการของตัวเอง

การสร้างอาชีพออนไลน์ให้มั่นคงต้องอาศัยความอดทน ความพยายาม และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ขอให้คุณประสบความสำเร็จในการสร้างอาชีพออนไลน์ของคุณ

8
เด็กที่เข้ารับการจัดฟันเด็ก ควรใช้ไหมขัดฟันก่อนแปรงฟันหรือไม่

พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคน มักคิดว่า ฟันน้ำนมของเด็กนั้นไม่มีความสำคัญ ถ้าเกิดฟันผุแล้วถอนออกก็คงไม่เป็นไร เพราะคิดว่าเดี๋ยวก็มีฟันแท้ขึ้นมาแทนที่ ซึ่งต้องบอกว่า นั่นเป็นความคิดที่ผิด เพราะฟันน้ำนมของเด็กมีบทบาทสำคัญมากต่อลักษณะการขึ้นของฟันแท้ ส่งผลทำให้ฟันแท้ขึ้นแบบผิดปกติ หรืออาจจะร้ายแรงถึงขั้น เกิดภาวะฟันแท้หาย นั่นก็คือ ฟันแท้ไม่สามารถงอกขึ้นมาได้ ทำให้เกิดปัญหาฟันตั้งแต่เด็กๆ แต่ในปัจจุบันนี้ ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการเข้ารับการจัดฟันในเด็ก แม้กระทั่งเด็กที่มีภาวะฟันแท้หาย เครื่องมือการจัดฟันในเด็ก ก็สามารถดังฟันที่ไสามารถงอกออกมาได้ ให้กลับมาเป็นปกติ นวัตกรรมการจัดฟันในเด็กนั้น เด็กที่มีอายุ 7-15 ปีก็สามารถจัดฟันได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องรอจนถึงวัยรุ่น

เพราะในหล ายปัญหาอาจสามารถหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงได้ หากได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ นอกจากนี้ วัยรุ่นบางคนที่มีปัญหาเรื่องขนาดขากรรไกร ทันตแพทย์จัดฟันอาจไม่แนะนำ ให้เข้ารับการจัดฟัน เนื่องจากอาจทำให้ความผิดปกติยิ่งแย่ลงไปอีก แต่จะให้รอดูอาการ จนขากรรไก รเจริญเติบโตอย่างเต็มที่แล้ว อย่างไรก็ตาม การเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ก็สามารถแก้ไขปัญหาฟันของเด็กได้ตั้งแต่อยุยังน้อย ที่สำคัญที่สุด เด็กควรเข้าใจและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด ควรที่จะทำความสะอาดฟันทุกซอกทุกมุม เพื่อให้ฟันมีความสะอาด ป้องกันการเกิดฟันผุในเด็ก เพราะเมื่อเด็กเกิดปัญหาเกี่ยวกับฟัน อาจจะส่งผลต่อการเกิดปัญหาสุขภาพร่างกายตามมาได้

สำหรับเด็กที่เข้ารับการจัดฟันในเด็ก พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนสงสัยว่า เมื่อลูกเข้ารับการจัดฟันในเด็ก จะสามารถใ ช้ไหมขัดฟันได้หรือไม่ เราต้องบอกก่อนว่า ปัญหาที่เกิดจากการจัดฟันส่วนใหญ่ที่ผู้เข้ารับการจัดฟันต้องเจอ อาจเกิดจากการไม่ดูแลความสะอาดในช่องปาก ไม่ดูแลเครื่องมือที่นำเข้าในช่องปาก อาจจะทำให้เศษอาหารเข้าไปติดในเครื่องมือการจัดฟัน ทำให้มีการตกค้างของเศษอาหาร อันเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นปากและการเกิดฟันผุ ดังนั้น แน่นอนว่า การใช้ไหมขัดฟันก่อนการเข้ารับการทำความสะอาดช่องปากและฟันเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ และเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะในบา งครั้ง การที่เรามีเรื่องมือการจัดฟันอยู่ภายในช่องปาก ทำแปรงฟันอาจจะทำได้ไม่ทั่วถึง เพราะแปรง สีฟันอาจจะไปไม่ถึงในจุดที่สำคัญในช่องปาก อาจจะทำให้เกิดการตกค้างของเศษอาหาร

ดังนั้น ก็ควรใช้ไหมขัดฟันเพ่อทำความสะอาดซอกฟันในจุดที่แปรงสีฟันเข้าไปได้ เพื่อทำความสะอาดในเบื้องต้นก่อนเข้ารับการแปรงฟัน เพื่อที่จะได้ทำความสะอาดช่องปากและฟันได้สสะอาดมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ผู้ที่เข้ารับการจัดฟันในเด็ก ก็ควรใช้ไหมขัดฟันก่อนแปรงฟัน จะเป็นการขจัดเชื้อโรคไปด้วย แล้วจึงแปรงฟันด้วยแปรงขนนุ่ม โดยเลือกขนาดของแปรงให้เหมาะกับช่องปากและฟัน สำหรับยาสีฟันควรมีส่วนผสมของฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุนั่นเอง เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เด็กมีฟันที่แข็งแรง มีฟันที่สะอาด มีสุขภาพช่องปากและฟันโดยรวมที่ดี สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็กหรือปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและฟันของเด็ก ก็สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกเพราะทางเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดฟันในเด็ก

รวมถึงมีประสบการณ์ทางด้านทันตกรรมในเด็กมาอย่างยาวนาน และยังสามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กได้อย่างถูกต้อง แนะนำการแ ก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด เพราะเราอ ยากให้เด็กๆทุกคนมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี เพื่อที่จะได้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพช่องปากและฟันที่แข็งแรง มีฟันที่สวยงามเป็นธรรมชาติและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

9
การใช้สายยางให้อาหารสายยางในผู้ป่วย

การใช้สายยางให้อาหาร (Enteral Nutrition) เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของกลไกการบริบาลศาสตร์และโภชนบำบัดค๊า เพราะนี่คือ "สะพานเชื่อมต่อชีวิต" ที่ช่วยส่งผ่านสารอาหาร วิตามิน คลังพลังงาน และตัวยาเข้าสู่ทางเดินอาหารของผู้ป่วยโดยตรงแบบเวลาจริง (Real−time) ในกรณีที่ระบบย่อยอาหารด้านล่าง (กระเพาะและลำไส้) ยังทำงานได้ดีเยี่ยม ย่อยได้ปกติ แต่ช่องทางนำเข้าอาหารทางปากส่วนบนมีอุปสรรคขัดขวางปราบเซียนตามหลัก Human Wellness ค่ะ

วันนี้เราสรุปคัมภีร์การใช้สายยางให้อาหารสไตล์มินิมอล (Minimalist) ที่ถูกต้องแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์มาฝากกันค๊า!

👃 1. การคัดแยกประเภทสายยาง: ผ่านจมูก (NG Tube) VS ผ่านหน้าท้อง (PEG)

การให้อาหารผ่านทางจมูก (NG Tube): เป็นการสอดสายผ่านรูจมูก เลื่อนสไลด์ผ่านคอหอยลงสู่กระเพาะอาหาร เหมาะสำหรับผู้ป่วยระยะสั้น (ไม่เกิน 4-6 สัปดาห์) เช่น ผู้ป่วยฟื้นตัวหลังผ่าตัด หรือผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ในระยะแรกเริ่มที่รอทำกายภาพบำบัดฝึกกลืนเพื่อถอดสายออกกลับมากินทางปากเนียนตาค่ะ

การให้อาหารผ่านทางหน้าท้อง (PEG): เป็นนวัตกรรมการส่องกล้องฝังท่อซิลิโคนผ่านผนังหน้าท้องตรงเข้าสู่กระเพาะอาหารใต้ร่มผ้า เหมาะสำหรับผู้ป่วยระยะยาว (เกิน 4-6 สัปดาห์ขึ้นไป หรือตลอดชีวิต) เช่น ผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะรุนแรง (Severe Alzheimer

 s) หรืออัมพาตติดเตียง ช่วยคืนความโล่งสบายให้ใบหน้า บล็อกความทุกข์ทรมานเจ็บคอ และตัดความเครียดสะสมของผู้ดูแลจากการที่ผู้ป่วยเผลอดึงสายหลุดบ่อย ๆ ได้วิเศษมากค๊า


📊 2. 3 วิธีการให้อาหารทางสายยางยอดนิยม

แบบใช้กระบอกสูบ (Bolus Feeding): ใช้กระบอกไซริงค์ (Syringe) ขนาด 50-60 ซีซี ต่อเข้าปลายสาย เทอาหารเหลวปล่อยให้ไหลลงช้า ๆ ตามแรงโน้มถ่วงธรรมชาติ (Gravity Flow) โดยยกไซริงค์ให้สูงกว่าหน้าอกผู้ป่วยประมาณ 30 เซนติเมตร ให้เป็นมื้อ ๆ วันละ 4–6 มื้อ (ใช้เวลา 15–20 นาทีต่อมื้อ) นิยมใช้ดูแลผู้ป่วยที่บ้านมากที่สุดค่ะ

แบบหยดต่อเนื่องด้วยแรงโน้มถ่วง (Gravity Drip): เทอาหารใส่ถุงให้อาหาร (Feeding Bag) แขวนเสาสูง ปล่อยหยดทีละนิดผ่านสายที่มีรอกปรับความเร็ว มักให้หมดภายใน 30-60 นาที เหมาะกับผู้ป่วยที่แน่นท้อง ท้องอืดง่ายค่ะ

แบบใช้เครื่องควบคุมความเร็ว (Continuous Pump): ต่อสายเข้าเครื่องปั๊มอาหารอัตโนมัติ คุมความเร็วให้หยดสม่ำเสมอเป๊ะ ๆ ตลอด 12–24 ชั่วโมง มักใช้ในโรงพยาบาลกับผู้ป่วยวิกฤตที่ลำไส้ดูดซึมพังพินาศค่ะ

🔍 3. เช็กลิสต์ "รู้ทัน" อาการผิดปกติแฝงตัวเงียบ ๆ

อาการผิดปกติ                  สาเหตุแฝงที่พบบ่อย   แนวทางแก้ไขและรับมือสไตล์เนี้ยบตา

🤢 คลื่นไส้ อาเจียน   อาหารเก่าค้างในท้องมาก, ปล่อยอาหารไหลไวพุ่งโจ๊กเกินพิกัด   ดูดเช็กอาหารตกค้าง (Residual Volume) ก่อนมื้อใหม่เสมอ คุมเวลาให้อาหารสไลด์ช้า ๆ 15-20 นาที

🎈 ท้องอืด แน่นท้อง   มีแก๊สหรืออากาศหลุดลอยวิ่งสวนเข้าไปในท่อสายยาง   ต้องพับสายยาง (Kink) ไว้เสมอ ในทุกจังหวะที่ต่อกระบอก เติมอาหาร หรือเทน้ำ เพื่อปิดตายทางเข้าของลม
🚽 ท้องเสีย ถ่ายเหลว   เปลี่ยนสูตรอาหารไวเกินไป หรืออาหารปนเปื้อนแบคทีเรีย   คุมสเปกความสะอาดอุปกรณ์ตามแนวคิด Minimal Waste ของเชื้อโรค ค่อย ๆ ผสมสูตรอาหารใหม่ปรับตัวใน 3-5 วัน

🛑 สายยางอุดตัน   ปล่อยเบลอไม่ได้ล้างสายทันที หรือกรองอาหารปั่นไม่ละเอียด   หลังอาหารใกล้งวดหมด ต้องรีบเทน้ำสะอาด 30–50 ซีซี ตามทันที (Flush Water) เพื่อล้างคราบเหนียวหนืด


🚫 4. กฎเหล็กพฤติกรรมต้องห้ามวิกฤต! (เซฟตี้ชีวิตร้อยเปอร์เซ็นต์)

ห้ามจับผู้ป่วยนอนราบเด็ดขาดในขณะให้อาหารและหลังอาหารหมด 1 ชั่วโมง: ไม่ว่าผู้ป่วยจะใช้สายยางทางจมูกหรือสายหน้าท้องก็ตาม "สถาปัตยกรรมท่าทางศีรษะสูง 30–45 องศา (ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน) คือกฎทองแห่งชีวิตค่ะ" ต้องปรับหัวสูงทุกครั้งและคงท่านี้ต่อเนื่องไปอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อปล่อยให้อาหารเหลวซึมลงสู่ลำไส้จนหมดเกลี้ยง บล็อกไม่ให้แรงดันในช่องท้องดันอาหารย้อนศรกลับขึ้นมาทางหลอดอาหารจนเกิดภาวะสำลักลงปอดฉับพลัน ซึ่งอันตรายวิกฤตทำลายสวัสดิภาพชวนใจหายที่สุดค๊า!

ห้ามปล่อยให้ผิวหนังรอบสายอับชื้น: สำหรับสายหน้าท้อง ต้องล้างมือเกลี้ยงเกลา ใช้สำลีชุบน้ำเกลือปราศจากเชื้อเช็ดทำความสะอาดใต้แป้นล็อกรอบแผลทุกวัน ซับให้แห้งสนิทเพื่อบล็อกเชื้อรา และต้องคอยจับสายยางหมุนรอบตัวเอง 360 องศาวันละ 1 รอบเบา ๆ เพื่อป้องกันพังผืดโตมาเกาะติดแน่นค๊า

10
ซ่อมบำรุงอาคาร: หลังคากันความร้อน ช่วยป้องกันแสงแดดและอากาศในช่วงหน้าร้อน

ใช่เลยค่ะคุณแม่! ในช่วงหน้าร้อนของเมืองไทยที่แดดแผดเผาจนอุณหภูมิพุ่งกระฉูด อากาศภายนอกทั้งร้อนจัดและอบอ้าวปราบเซียนระเบิดระเบ้อแบบนี้ การเลือกใช้ "หลังคากันความร้อน" (Heat-Reflective Roof) คือหนึ่งในโปรเจกต์ DIY & Home Improvement ที่คุ้มค่าที่สุดในการวางโครงสร้างปรับเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นสวรรค์สไตล์มินิมอล (Minimalist) ที่ร่มรื่นและเย็นชื่นใจอย่างยั่งยืนค่ะ

ในทางวิทยาศาสตร์สถาปัตยกรรมและพลังงาน ความร้อนมหาศาลกว่า 70% ที่สะสมอยู่ภายในบ้าน ลอยละล่องลงมาดักทางจาก "โถงหลังคา" เป็นหลักค่ะ หากหลังคาบ้านไม่มีระบบบล็อกความร้อน ผิวกระเบื้องจะทำหน้าที่ดูดซับความร้อนแฝงไว้ตลอดทั้งวัน แล้วค่อย ๆ แผ่รังสีความร้อนเลื่อนไหลลงมาทำลายฝ้าเพดาน ส่งตรงเข้าสู่ห้องนอนและห้องนั่งเล่น ทำให้คนในบ้านรู้สึกอึดอัด เวียนหัว และแอร์ต้องทำงานหนักโหมเปิดแอร์เดือดพล่านจนค่าไฟพุ่งกระฉูดชวนเวียนหัวค่ะ

วันนี้เรามาแกะรหัส 3 กลไกหลังคากันความร้อนที่ทุกบ้านยุคใหม่ควรมี มาฝากกันแบบเนียนตาค๊า!

🏠 3 นวัตกรรมหลังบล็อกความร้อน ล็อกบ้านเย็นชื่นใจ

1. การเลือกวัสดุกระเบื้องหลังคาสะท้อนรังสีความร้อน (Solar Reflective)
ยุคนี้วัสดุศาสตร์ก้าวหน้าไปไกลมากค่ะ การเลือกใช้กระเบื้องหลังคาที่มีนวัตกรรมเคลือบสารสะท้อนรังสีความร้อน (รังสีอินฟราเรด) จะช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดดกลับออกไปได้ตั้งแต่ด่านแรกสูงถึง 80-90%

เทคนิคคู่หูมินิมอล: การเลือกเฉดสีหลังคาโทนอ่อนหรือสีสว่าง เช่น สีขาว สีเทาอ่อน สไตล์มินิมอล จะช่วยสะท้อนความร้อนได้ดีกว่าหลังคาสีเข้มขรึม (ซึ่งเป็นตัวการดูดซับความร้อนแฝง) ช่วยคุมอุณหภูมิบ้านให้เย็นลงได้อย่างน่าอัศจรรย์ค่ะ

2. การติดแผ่นสะท้อนความร้อนและฉนวนกันความร้อน (Insulation)
นี่คือป้อมปราการด่านที่สองที่คุณพ่อบ้านสาย DIY สามารถวางแผนติดตั้งเพิ่มเติมได้เองง่าย ๆ สอดคล้องกับแนวคิด Minimal Waste ของพลังงานค่ะ

แผ่นสะท้อนความร้อนฟอยล์เงิน: ติดตั้งขึงไว้ใต้แผ่นกระเบื้องหลังคาเพื่อสะท้อนรังสีความร้อนไม่ให้หลุดลอยลงมาด้านล่าง

ฉนวนกันความร้อนใยแก้ว (วางบนฝ้าเพดาน): แนะนำเกรดความหนา 6 นิ้วขึ้นไป ตัวฉนวนอัจฉริยะนี้จะทำหน้าที่เหมือนสกัดกั้นบล็อกความร้อนไม่ให้ซึมผ่านทะลุฝ้าเพดานลงมาสู่ห้องพักอาศัยด้านล่าง ล็อกห้องให้เย็นฉ่ำ สบายท้อง สบายตัวทันทีค่ะ

3. ระบบหลังคาเปิดช่องระบายอากาศโภชนาการอาคาร (Roof Ventilation)
การปิดตายโถงหลังคาจะทำให้ความร้อนระบายออกไม่ได้และสะสมกลายเป็นแอร์อบอ้าว ทริกโบราณที่ชาญฉลาดคือการติดตั้ง "ระแนงระบายอากาศชายคา" หรือ "ชุดลูกหมุนระบายอากาศ" เพื่อเปิดโอกาสให้มวลอากาศร้อนความหนาแน่นต่ำลอยตัวไหลระบายออกไปภายนอกแบบเวลาจริง (Real−time) และดึงลมเย็นสดชื่นเข้ามาหมุนเวียนทดแทนค่ะ


🚫 2 พฤติกรรมต้องห้าม! ถ้าไม่อยากให้ระบบกันความร้อนหลังคาพัง
ห้ามละเลยการอุดรอยรั่วซึมก่อนติดฉนวน: หากหลังคาบ้านมีรอยร้าวขนาดยาว หรือมีน้ำซึมเยิ้มตามรอยหัวน็อตปราบเซียนในหน้าฝน แล้วคุณแม่ไปปูฉนวนกันความร้อนทับทันที ความชื้นแฝงจากน้ำฝนจะทำให้ฉนวนใยแก้วยุบตัว อมน้ำ และกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อราดำเน่าตา ส่งกลิ่นอับชื้นเยิ้มทำลายสุขภาพระบบทางเดินหายใจของทุกคนในครอบครัวค่ะ (ทริกคือต้องใช้ เทปบิวทิลกันซึม แปะปิดตายรอยรั่วบนผิวหลังคาให้แห้งสนิท 100% ก่อนนะคะ)

ห้ามปิดช่องฝ้าเพดานจนทึบสนิทไร้ทางลม: บ้านยุคใหม่บางหลังเน้นความสวยงามจนปิดช่องระบายอากาศใต้ชายคาเกลี้ยงร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะความร้อนสะสมชวนง่วงนอน ง่วงซึม สมองตื้อ เสมือนเปิดเตาอบแฝงไว้บนหัวตลอดเวลาค่ะ


11
แกงไตปลา ทำขายเป็นอาชีพเสริมเมนูอาหารไทยรสชาติเข้มข้น จัดจ้าน กลิ่นหอมกรุ่นด้วยเครื่องเทศที่เข้มข้น

แกงไตปลาเป็นอาหารไทยปักษ์ใต้ที่มีรสชาติจัดจ้าน เผ็ดร้อน เค็มและมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์จากไตปลา ซึ่งเป็นเครื่องในของปลาที่นำมาหมักดองเพื่อถนอมอาหารและเป็นส่วนประกอบหลักของแกงชนิดนี้ แม้บางครั้งแกงไตปลาจะถูกจัดอันดับให้เป็นอาหารที่ยอดแย่ที่สุดในโลกจากเว็บไซต์ TasteAtlas แกงไตปลาถือเป็นเมนูคู่ครัวที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

ส่วนประกอบหลักของแกงไตปลา
ไตปลา: เป็นส่วนสำคัญที่สุดของแกงไตปลา โดยใช้ไตปลาที่หมักดองมาต้มเพื่อให้น้ำแกงมีรสชาติเค็มและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
เครื่องแกง: ประกอบด้วยเครื่องเทศและสมุนไพรที่ให้รสเผ็ดร้อนและกลิ่นหอม เช่น พริกขี้หนูสด พริกแห้ง พริกไทย ข่า ตะไคร้ กระเทียม หอมแดง และขมิ้น
เนื้อปลา: มักใช้ปลาที่นำไปย่างหรือต้มแล้วแกะเอาแต่เนื้อ เช่น ปลาทู ปลาย่าง หรือปลาโอ
ผักต่างๆ: เป็นส่วนประกอบที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายและลดความเผ็ดร้อนของแกง นิยมใช้ผักหลายชนิด เช่น หน่อไม้ ฟักทอง ถั่วฝักยาว มะเขือพวง หรือมะเขือเปราะ
เครื่องปรุงรส: อาจมีการเพิ่มกะปิ น้ำมะขามเปียก หรือน้ำตาลปี๊บเพื่อปรับรสชาติให้กลมกล่อม

วิธีการทำแกงไตปลา
ต้มไตปลา: นำไตปลามาต้มกับน้ำและสมุนไพร เช่น ตะไคร้ ข่า และใบมะกรูด เพื่อลดความคาว จากนั้นกรองเอาเฉพาะน้ำแกง
เตรียมเครื่องแกง: โขลกพริกแกงที่เตรียมไว้ให้ละเอียด
เคี่ยวน้ำแกง: นำน้ำแกงไตปลาที่กรองแล้วมาตั้งไฟให้เดือด ใส่เครื่องแกงที่โขลกไว้ลงไป คนให้เข้ากัน
ใส่เนื้อปลาและผัก: เมื่อน้ำแกงเดือด ใส่เนื้อปลาที่เตรียมไว้ และผักที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำลงไป
ปรุงรส: ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บหรือน้ำมะขามเปียก (ถ้าต้องการ) ชิมรสชาติให้ถูกปาก
เสิร์ฟ: รอจนผักสุกดี แล้วจึงปิดไฟ ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมจีน และผักสดต่างๆ เช่น แตงกวา ถั่วฝักยาว หรือใบบัวบก เพื่อตัดรสชาติ

เคล็ดลับความอร่อย
การต้มไตปลาและกรองน้ำก่อนนำไปแกงจะช่วยลดความคาวได้
การใช้ปลาที่นำไปย่างจะช่วยให้น้ำแกงมีกลิ่นหอมยิ่งขึ้น
การใส่ผักบางชนิด เช่น ถั่วฝักยาวหรือมะเขือในช่วงท้ายๆ จะช่วยให้ผักยังคงความกรอบอยู่
แกงไตปลาสามารถทำได้ทั้งแบบมีน้ำแกงและแบบแห้ง (แกงไตปลาผัดแห้ง)
แกงไตปลาจึงเป็นเมนูอาหารไทยที่มีรสชาติเข้มข้น จัดจ้าน และเป็นที่ชื่นชอบของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสจัด

แกงไตปลามีรสชาติเผ็ด เค็ม และกลมกล่อมการหมักทำให้แกงมีกลิ่นฉุน ซึ่งบางคนอาจรู้สึกว่าฉุนเกินไปในตอนแรก แต่กลิ่นที่เข้มข้นนี้เป็นจุดเด่นของแกงไตปลา สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารหมักดองหรือผู้ที่คุ้นเคยกับอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แกงไตปลาจานนี้จะมอบรสชาติที่เข้มข้นและน่าพึงพอใจ

โดยทั่วไปแกงจะรับประทานกับข้าวสวยเพื่อปรับรสเผ็ดและเค็ม และบางครั้งก็มีผักสดหรือไข่ต้มมาเสิร์ฟด้วยเพื่อให้มื้ออาหารสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ความสำคัญทางวัฒนธรรมและภูมิภาค
แกงไตปลามีต้นกำเนิดจากภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ขึ้นชื่อเรื่องการใช้เครื่องเทศและรสชาติที่เข้มข้นพบได้ทั่วไปในจังหวัดต่างๆ เช่นสงขลา ภูเก็ต กระบี่ และนครศรีธรรมราชและมักรับประทานเป็นอาหารปรุงเองที่บ้านมากกว่าอาหารที่ร้านอาหาร

อาหารจานนี้สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ของอาหารไทยภาคใต้ โดยใช้ทุกส่วนของปลาและถนอมอาหารด้วยการหมัก นอกจากนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าอาหารไทยสร้างสมดุลระหว่างความเผ็ด เค็ม และเปรี้ยวเพื่อสร้างรสชาติที่ซับซ้อนและน่าจดจำได้ อย่างไร

เคล็ดลับการลองแกงไตปลา
หากคุณเพิ่งเคยทานอาหารจานนี้ เรามีคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้คุณเพลิดเพลินกับอาหารจานนี้ได้อย่างเต็มที่:
เริ่มต้นด้วยปริมาณน้อยๆรสชาติเข้มข้น ใช้เพียงเล็กน้อยก็เพียงพอ
ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆจะช่วยตัดความเค็มและความเผ็ดได้
ลองชิมสดๆ ร้อนๆ ดูสิเหมือนกับแกงไทยหลายๆ ชนิด รสชาติจะดีที่สุดเมื่อปรุงสดใหม่
เพิ่มความสดชื่นด้วยเครื่องเคียงสดใหม่ผักกรุบกรอบหรือสลัดแตงกวาเย็นๆ จะช่วยตัดความเลี่ยนของรสชาติได้

หาแกงไตปลาได้ที่ไหน
คุณสามารถพบแกงไตปลาได้ตามร้านอาหารไทยภาคใต้แบบดั้งเดิมและแผงขายอาหารริมทางทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะทางภาคใต้ บางตลาดท้องถิ่นยังขายน้ำพริกไตปลาสำเร็จรูปสำหรับผู้ที่ต้องการปรุงเองที่บ้านอีกด้วย

หากคุณเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยและเป็นนักชิมผู้ชอบผจญภัยที่กำลังมองหาอะไรที่ไม่ซ้ำใครแกงไตปลาคือเมนูที่จะพาลิ้นของคุณไปสู่การเดินทางที่ท้าทาย

แกงไตปลาอาจไม่ใช่อาหารไทยที่โด่งดังที่สุดในระดับนานาชาติ แต่แกงไตปลาก็ยังคงเป็นที่จดจำในใจชาวใต้ ด้วยเครื่องเทศที่เข้มข้น กลิ่นหอมกรุ่น และรากเหง้าทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวย แกงไตปลา จึงสะท้อนจิตวิญญาณของอาหารไทยที่เปี่ยมด้วยความกล้าหาญ รสชาติเข้มข้นและน่าจดจำ


12
ซุปฟักทอง Pumpkin Soup อาหารพร้อมทาน

อาหารพร้อมทาน ซุปฟักทอง หอมอร่อย เนื้อเต็มๆ
ซีกซองสามารถทานได้เลย ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสูง และบรรจุในถุงอลูมิเนียม
เพื่อรักษาคุณภาพและความสดอร่อย โดยสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง
ไม่จําเป็นต้องแช่เย็นเก้บได้นานถึง 18 เดือน

ขนาด 180 กรัม

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร ( Information for food allergy )
ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนผสมของ ขึ้นฉ่ายฝรั่งและผลิตภัณฑ์จากนม อาจมีข้าวสาลี ซัลไฟล์และถั่วเหลือง
This product contains : celery and milk product and might contain wheat,sulphides and soybean

วิธีอุ่นร้อน
1. นำซองไปต้มในน้ำร้อน อุณหภูมิ 90-100C เวลา 3 นาที
Heat the pouch in boiling water ( 90 - 100c for 3 mins
2. ฉีดซอง เทใส่ภาชนะ อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 2 นาที )
Pour the food in a microwaveable bowl and heat in 800 watts microwave about 2 mins

บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ( This packaging is not suitable for microwave use. )
อย 10-1-01554-5-0144
ฮาลาล
 
ช่องทางการสั่งซื้อ
 
เบอร์ : 02-398-5600 , 063-207-6926
Line : https://lin.ee/YWCEYud
page : https://www.facebook.com/BYSNFOOD
Shopee : https://shopee.co.th/sn.foods


13
📌 รายละเอียดคอร์ส “สูตรกะเพรา สไตล์ครูแมกซ์จับเงินแสน”
#สร้างรายได้จากครัวที่บ้าน
– อยากทำกะเพรารสชาติโดดเด่นไม่เหมือนใคร?
– คอร์สนี้ครูMAX จะสอนแบบจับมือทุกขั้นตอนแบบง่ายๆ
– ไม่ต้องทำอาหารเป็นก็เรียนได้!

📌 รายละเอียดคอร์ส “สูตรกะเพรา สไตล์ครูแมกซ์จับเงินแสน”
#สร้างรายได้จากครัวที่บ้าน
– อยากทำกะเพรารสชาติโดดเด่นไม่เหมือนใคร?
– คอร์สนี้ครูMAX จะสอนแบบจับมือทุกขั้นตอนแบบง่ายๆ
– ไม่ต้องทำอาหารเป็นก็เรียนได้!

✅ สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ในคอร์สนี้ (กว่า 20 คลิปสอน ถ่ายทอดทุกความรู้)
– เลือกวัตถุดิบง่ายๆ ที่ทำให้เมนูกะเพราที่ดูสิ้นคิด อร่อยและน่าจดจำ
– สูตรลับซอสผัดสไตล์ครูแมกซ์ ซอสที่คุณจะใช้ได้กับหลายเมนู ไม่ต้องกลัวซ้ำและดูน่าเบื่อ
– เทคนิคลับผัดกะเพราให้หอม แห้ง ไม่ฉ่ำมัน >> เปิดมาข้าวกล่องไม่แฉะ ลูกค้ากินแล้วติดใจอยากกลับมาซื้อซ้ำๆ
– เมนูไข่ 3 แบบ ที่มาเพิ่มมูลค่าให้จานกะเพราของคุณ ทำให้ลูกค้าอยากสั่งเพิ่ม
– เลือกแพคเกจจิ้งที่เพิ่มมูลค่าได้จริง >> ไม่ต้องกลัวว่าขายแพง และลูกค้าพร้อมจ่าย
– วิธีเริ่มทำการตลาดง่ายๆ ที่ใครก็ทำตามได้ >> เรียนแล้วทำเงินได้ทันที
– สอดแทรกการสร้างแบรนด์ให้เมนูกะเพราของคุณ >> เราจะช่วยให้คุณสร้างคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นให้เมนูกะเพราของคุณ ไม่ใช่แค่เรื่องของความอร่อย แต่ยังสื่อถึงเอกลักษณ์ ความใส่ใจรายละเอียดลูกค้า การบริการลูกค้าจดจำได้ ทั้งรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และภาพลักษณ์ที่น่าประทับใจ

คอร์สออนไลน์ สูตรกะเพรา สร้างเงินแสน จากครัวที่บ้าน
‼️ พิเศษเฉพาะวันนี้เท่านั้น ราคาพิเศษเพียง 899 บาท (จากปกติ 3,990 บาท)
** บทเรียทั้งหมดมีทั้งสิ้นกว่า 20 คลิปสอน
คุ้มค่าราคามาก Krumax อยากสอนให้ทุกท่าน
** คอร์สนี้ไม่เพียงแค่สอนสูตรอาหารธรรมดาๆ แต่ยังช่วยให้คุณได้เริ่มต้นสร้างธุรกิจและแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ที่น่าจดจำด้วยตัวเองผ่านอาหาร

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


14
การใส่สายยางให้อาหารสายยางที่ถูกต้อง โดยไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน

การใส่สายยางให้อาหารอย่างถูกต้องเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย โดยมีขั้นตอนและข้อควรปฏิบัติที่สำคัญดังนี้ครับ:


1. การเตรียมความพร้อมก่อนใส่สายยาง
ความสะอาดคือหัวใจสำคัญ: ผู้ดูแลต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนสัมผัสอุปกรณ์ และควรจัดพื้นที่เตรียมอุปกรณ์ให้สะอาดและเป็นระเบียบ เพื่อลดโอกาสการปนเปื้อนของเชื้อโรค.

ตรวจสอบอุปกรณ์: ตรวจสอบไซริงค์ให้อาหารและสายยางให้อยู่ในสภาพดี ไม่มีรอยรั่วหรือคราบสกปรก.


2. ขั้นตอนการใส่และการตรวจสอบตำแหน่งสายยาง
การวางสายยางผิดตำแหน่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น อาหารเข้าสู่ปอด ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบที่แม่นยำ:

วัดระยะให้พอดี: การวัดระยะของสายยางจากปลายจมูกไปยังติ่งหู และลงไปจนถึงปลายกระดูกลิ้นปี่ เพื่อให้แน่ใจว่าปลายสายอยู่ในกระเพาะอาหารพอดี.

ตรวจสอบตำแหน่งทุกครั้ง: ก่อนให้อาหารต้องเช็กตำแหน่งสายเสมอ โดยสังเกตขีดเครื่องหมายบนสายยางว่ายังอยู่ที่เดิมหรือไม่.

ห้ามดันสายกลับเอง: หากพบว่าสายยางเลื่อนหลุดออกมาจากตำแหน่งเดิม ห้ามดันสายกลับเข้าไปเองเด็ดขาด เพราะอาจผิดตำแหน่งและทำให้เกิดอันตรายได้ ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุข.


3. การป้องกันภาวะแทรกซ้อนระหว่างและหลังให้อาหาร
จัดท่าทางให้ถูกต้อง: ต้องจัดให้ผู้ป่วยอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน (ทำมุมประมาณ 30-45 องศา) ตลอดระยะเวลาที่ให้อาหาร.

ดูแลหลังมื้ออาหาร: เมื่อให้อาหารเสร็จแล้ว ห้ามให้ผู้ป่วยนอนราบทันที โดยต้องคงท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการสำลักหรือกรดไหลย้อน.

ตรวจสอบอาการผิดปกติ: หากผู้ป่วยมีอาการไอ สำลัก หน้าเขียว หรือหายใจลำบากระหว่างให้อาหาร ให้หยุดทันทีเพราะอาจเป็นสัญญาณว่าอาหารเข้าสู่หลอดลมหรือปอด.

การล้างสาย (Flush): ล้างสายด้วยน้ำต้มสุกทั้งก่อนและหลังให้อาหารทุกครั้ง เพื่อป้องกันเศษอาหารค้างในสายซึ่งเป็นสาเหตุของสายอุดตันและการบูดเน่า.


4. การดูแลสุขอนามัยรอบบริเวณสายยาง
ทำความสะอาดผิวหนัง: เช็ดทำความสะอาดผิวหนังรอบบริเวณที่ใส่สายยางด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ เพื่อป้องกันการระคายเคืองหรือการติดเชื้อ.

สังเกตอาการอักเสบ: หากมีอาการแดง บวม หรือมีหนองรอบรูที่ใส่สายยาง (กรณีเจาะหน้าท้อง) ควรรีบปรึกษาแพทย์.

การใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน แต่ยังช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่และมีความปลอดภัยสูงสุดครับ.

15
บริการทำความสะอาด: ปราบเชื้อราในห้องน้ำง่ายๆ ด้วยของใช้ในบ้าน

อีกหนึ่งปัญหาเกี่ยวกับบ้านที่ใครหลายคนต่างกังวลใจก็ คือ เชื้อราดำบริเวณพื้นห้องน้ำซึ่งสาเหตุหลักเกิดความอับชื้น เนื่องจากเป็นสถานที่ที่มีความเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา ยิ่งมีคราบสบู่ รวมถึงคราบยาสระผม ทำให้เป็นแหล่งที่เพาะเชื้อราให้มีการเจริญเติบโต ซึ่งเชื่อว่าเป็นปัญหาของแม่บ้านหลายๆคนที่ปวดหัวกับคราบสกปรกภายในห้องน้ำ เพราะบริเวณห้องน้ำเป็นจุดที่เราต้องใช้งานทุกวัน ดังนั้น หากเกิดคราบสกปรกหรือเชื้อราภายในห้องน้ำ จึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร แต่ทางที่ดีที่สุด คือ เราจะต้องทำความสะอาดให้สม่ำเสมอ เพราะคราบสบู่หรือคราบต่างๆอาจจะทำให้พื้นลื่นจนอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้

นอกจากนี้ หากปล่อยไว้นานเกินไป นอกจากทำให้ร่องยาแนวเสื่อมสภาพเกิดการหลุดล่อนแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพของคนในบ้านอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสูดดม หรือสัมผัสผ่านผิวหนัง มีส่วนทำให้เกิดการระคายเคือง และหายใจลำบาก นอกจากนี้ยังส่งผลให้มีอาการอื่นๆตามมาได้ เพราะขึ้นชื่อว่าเชื้อรามักส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นบริเวณห้องน้ำ หรือส่วนอื่นๆ หากไม่กำจัดเชื้อราให้หมดไป อาจจะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมาได้ ดังนั้น วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการปราบเชื้อราในห้องน้ำด้วยการใช้อุปกรณ์ที่เรามีอยู่ในบ้าน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การทำความสะอาดห้องน้ำ เราจะต้องระมัดระวังให้มาก อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุหรืออาจจะได้รับอันตรายจากสารเคมีได้นั่นเอง ซึ่งสิ่งที่เราจะนำมาใช้กำจัดเจ้าตัวเชื้อรานั้น ก็มีด้วยกันหลายอย่าง ซึ่งต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง และแน่นอนว่า จะสามารถกำจัดเชื้อราได้อย่างหมดจดเลยทีเดียว

ต้องบอกก่อนว่า ในการกำจัดเชื้อราในห้องน้ำนั้น มีด้วยกันหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการใช้เบคกิ้งโซดา น้ำยาซักผ้าขาว ผงซักฟอก หรือน้ำส้มสายชู ซึ่งคราบราดำในห้องน้ำเกิดจากความชื้น ส่วนใหญ่มักจะเป็นบริเวณโซนเปียก โดยเฉพาะในห้องน้ำที่ไม่มีการระบายอากาศ หรืออากาศไม่ถ่ายเทไม่ดี แสงส่องเข้ามาไม่ถึง สำหรับเคล็ดลับแรกที่เราจะแนะนำคือ การใช้เบคกิ้งโซดาโรยให้ทั่วห้องน้ำตามรอยต่อของกระเบื้อง และทิ้งไว้ 5 นาที หลังจากนั้นใช้น้ำส้มสายชูกลั่น ราดลงไปตามบริเวณที่มีคราบราดำ แล้วขัดเบาๆ ด้วยแปรงสีฟันเก่าๆ คราบจะค่อย ๆ หลุดไป

ต่อมาคือการใช้ผลซักฟอกในการขจัดเชื้อราที่มีอยู่ โดยขัดด้วยการใช้ผงซักฟอกและน้ำ จากนั้นก็ปล่อยให้พื้นผิวแห้งสนิท หรืออาจจะใช้น้ำยาฟอกขาวประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ผสมน้ำ 90 เปอร์เซ็นต์ในการกำจัดเชื้อรา การใช้น้ำยาฟอกขาวในความเข้มข้นที่มากกว่านี้ก็ไม่ได้ให้ผลดีแตกต่างกัน เมื่อผสมน้ำยาแล้วให้นำใส่ขวดสเปรย์ ฉีดบริเวณที่มีเชื้อราและทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีก่อนล้างออกและปล่อยให้แห้ง เพียงเท่านี้คราบราดำต่างๆก็จะหลุดออกไป นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้น้ำมะนาวกำจัดคราบออกได้เช่นกัน

เหมาะกับการทำความสะอาดยาแนวกระเบื้องในพื้นที่กว้าง โดยมีส่วนผสมคือ น้ำเปล่า 7 ถ้วยตวง เบคกิ้งโซดา ½ ถ้วยตวง น้ำส้มสายชู ¼ ถ้วยตวง น้ำมะนาว ⅓ ถ้วยตวง ผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้วคนให้กลายเป็นเนื้อเดียว ก่อนใช้แปรงสีฟันเก่าหรือแปรงขัดห้องน้ำ จุ่มลงไปในน้ำยาแล้วนำมาขจัดคราบบนผนังและตามร่องกระเบื้อง หลังจากขัดเสร็จแล้ว ให้ทิ้งไว้สักพักก่อนที่จะนำผ้าสะอาดมาเช็ดออกไป และทำความสะอาดด้วยการถูพื้นอีกรอบก็สามารถคืนความสะอาดให้กับห้องน้ำได้แล้ว หรือถ้าหากคราบดังกล่าวติดฝังแน่นมาเป็นเวลานาน ก็แนะนำให้ใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์

ซึ่งเป็นวิธีกำจัดคราบที่เหมาะกับคราบดำบนกระเบื้องที่สะสมมาเป็นระยะเวลานาน ด้วยการใช้ส่วนผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ½ ถ้วยตวง น้ำยาล้างจาน 1 ช้อนชา นำไปเทตามร่องยาแนวที่สกปรก ทิ้งไว้ 5 – 10 นาที จึงใช้ฟองน้ำขัดและเช็ดออก ตามด้วยล้างน้ำเปล่าให้สะอาด ถ้าหากไม่อยากให้คราบบนกระเบื้องกลับมารบกวนอีก ให้ใช้น้ำเปล่าผสมกับน้ำส้มสายชู ในอัตราส่วนที่เท่า ๆ กัน แล้วนำไปเทหรือฉีดตามบริเวณผนังและร่องยาแนวหลังจากทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ทำอย่างน้อย 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ รับรองว่าขจัดคราบบนผนังและบอกลาคราบดำบนกระเบื้องที่จะกลับมารบกวนอย่างแน่นอน

ทางเราจึงเน้นย้ำมาตลอดว่า ในเรื่องของความสะอาดภายในบ้านเป็นสิ่งที่สำคัญและดีต่อสุขภาพของคนในบ้าน โดยทางเรามีบริการรักษาสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงานให้สะอาด สะดวก และถูกสุขลักษณะ มีการพัฒนารูปแบบการทำความสะอาดให้เหมาะสมกับธุรกิจที่หลากหลายของลูกค้า ตรงเป้าหมาย เพราะเราให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้ ความ สามารถ และมีทัศนคติที่ดีในการทำงานเพื่อที่จะส่งมอบบริการต่าง ๆให้กับ ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

หน้า: [1] 2 3 ... 9